ตัวอักษรและการออกเสียงของตัวอักษร เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการอ่าน การเรียนรู้ตั้งแต่เด็กเล็ก จะทำให้เกิดความมั่นใจและก่อให้เกิดความรักการอ่าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การสอนต้องเป็นไปด้วยความสนุก ไม่กดดัน ไม่เช่นนั้นจะก่อผลตรงกันข้าม เด็กจะต่อต้านและหลีกเลี่ยงที่จะอ่านค่ะ

สอนอย่างไรดี?

1. Alphabet chart เป็นตัวช่วยสำคัญในการสอน

ควรหา chart ที่มีทั้งตัวพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็ก และคำศัพท์ของตัวอักษรนั้นๆ เพื่อให้เด็กเข้าใจภาพรวม

สอนให้เป็น pattern คือ ชี้ ตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก เสียงของตัวอักษร และ คำศัพท์
เช่น “A a แอะ-แอะ apple, B b เบอะ-เบอะ ball….” จนครบ โดยใช้ความเร็วในการพูดเป็นจังหวะสนุกๆ ไม่งั้นเด็กจะเบื่อ

หรือเล่นเกมจาก alphabet chart โดยให้หาตัวอักษร หรือคำศัพท์ ตามคำบอก เช่น “ใครเห็น L l lion บ้างน้า”

และถ้าเริ่มเก่งขึ้นแล้วอาจเล่นเกม หาเฉพาะตัวอักษรหรือคำศัพท์อย่างเดียว เช่น
“ใครเจอตัว M ก่อนกันเป็นผู้ชนะ”
“ใครหา pig เจอบ้าง”

หรือบอกคำศัพท์ที่ไม่มีใน chart แต่ให้ลูกหา alphabet ที่ขึ้นต้นของคำศัพท์นั้น เช่น
ใน chart ตัว T เป็นรูป tree เราก็ถามว่า “คำว่า เทอะ-เทอะ train ขึ้นต้นด้วยตัวไหนน้า”
หรือชี้ตัวอักษร H บอกว่า “H h ฮะ-ฮะ hat” “มีคำอะไรที่ขึ้นต้นด้วย H อีกบ้างน้า…ใช่จ้ะ house, horse…”

2. Alphabet song และ Phonics song

นอกจากสอนเรื่อง ตัวพิมพ์ใหญ่ตัวพิมพ์เล็ก แล้ว ยังสอนการออกเสียงที่ถูกต้องของตัวอักษรนั้นๆด้วย
ควรเปิดคลิปให้ลูกดูเพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเสียงและตัวอักษร

แต่ในเด็กเล็กหากคุณพ่อคุณแม่กังวลเรื่องสื่อหน้าจอ อาจประยุกต์โดยเปิดเพลงให้ฟังพร้อมกับชี้ตัวอักษรให้ดูจากแฟลชการ์ดหรือ chart แทนก็ได้ค่ะ

3. Matching pair:

เกมนี้นอกจากจะช่วยให้เด็กๆ คุ้นเคยกับตัวอักษรแล้ว ยังเป็นการกระตุ้น Short term memory อีกด้วย

วิธีเล่นให้ เตรียมการ์ด A-Z อย่างละ 2 ชุด (รวม 52 ใบ) นำมาเรียงสลับคว่ำหน้าการ์ดไว้

ผลัดกันเปิดทีละ 2 ใบ ถ้าเจอคู่ตัวอักษรเดียวกันให้เก็บไว้

เด็กเล็กควรใช้การ์ด 2 ชุดที่เหมือนกันเป๊ะ (uppercase-uppercase หรือ lowercase-lowercase letter) เพราะยังดูได้แค่ว่าเหมือนหรือต่าง ยังไม่สามารถรู้ความสัมพันธ์

ในเด็กโตหน่อย อาจปรับเป็น จับคู่ uppercase-lowercase letter หรือ จับคู่ตัวอักษรกับคำศัพท์ของตัวอักษรนั้น เช่น “c” กับภาพ “cat”

ใครเก็บการ์ดได้จำนวนมากกว่าเป็นผู้ชนะ

พยายามแทรกเนื้อหาของตัวอักษรที่หยิบได้ เช่น เปิดได้ภาพ แมว ก็พูดกับลูกว่า “อีกใบแม่ต้องเปิดได้ตัว c แน่เลย เพราะ c…เคอะ-เคอะ…cat”

4. Handwriting

จุดประสงค์คือ เพิ่ม Letter recognition และพัฒนา Writing skill

ให้เตรียมกระดาษที่มีจุดประของตัวอักษรทีละตัว ทั้งตัวพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

ก่อนจะเริ่มเขียน ให้พยายามคุยเรื่องตัวอักษรนั้น เช่น
“หนูว่าตัวนี้คือตัวอะไรจ๊ะ…ใช่จ้ะ นี่ตัว A”
“แล้วตัว A มันออกเสียงยังไงน้า…ใช่จ้ะ A ออกเสียง แอะ-แอะ”
“อะไรบ้างน้าที่ขึ้นต้นด้วยตัว A…Ant, Apple…”

ก่อนจะให้ลูกเริ่มเขียน ให้แม่เขียนให้ดูก่อนเพื่อให้เห็นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของตัวอักษรแต่ละตัว แล้วลองจับมือลูกเขียน แล้วสุดท้ายค่อยให้ลูกลองเขียนเองแบบไม่ต้องจับมือ

ไม่ต้องสอนเรียงลำดับจาก A ถึง Z แต่ควรเริ่มที่ ตัวอักษรที่เขียนง่ายก่อน เช่น B, D, E, F, M, N, P, R เพราะมีจุดที่เหมือนกันคือ ต้องลากเส้นตรงลงมาก่อน

เริ่มสอน vowel (A,E,I,O,U) ตั้งแต่แรกๆ เพราะใช้บ่อย ถ้าเด็กคุ้นเคยเร็ว ก็จะเริ่มสอน two letter หรือ three letter words ได้เร็ว

อีกสิ่งที่ควรสอนเร็วคือ ให้เด็กสามารถเขียนชื่อของตัวเองได้ เพราะเด็กมักจะสนใจและอยากที่จะทำได้มากขึ้น

ควรเริ่มฝึกที่ตัวพิมพ์ใหญ่ เพราะลักษณะการลากมือจะง่ายกว่าตัวพิมพ์เล็ก

คุณพ่อคุณแม่พยายามทำให้เป็นเรื่องสนุก และชมเชยทุกครั้งที่ลูกทำได้ จะส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของน้องๆค่ะ