สิ่งแรกสุดในการหัดอ่านคือ การมีการรับรู้ phonemes ในเสียงที่ได้ยิน ซึ่งคือการมี “phonemic awareness” นั่นเอง เมื่อเด็กสามารถเข้าใจและจัดการเสียงในภาษาพูดได้ เด็กจะสามารถประยุกต์ใช้กับคำในภาษาเขียนได้ในที่สุด
โดย phonemes คือหน่วยย่อยที่สุดของเสียงที่ประกอบขึ้นมาเป็นคำ เช่นคำว่า cat เกิดขึ้นจาก phonemes /c/ /a/ /t/
การมี phonemic awareness คือไม่เพียงแค่รับรู้ว่าแต่ละคำประกอบจากหน่วยเสียงย่อยๆเท่านั้น แต่จะหมายถึงความสามารถในการย่อยหน่วยเสียงของคำ และรวมหน่วยเสียงเป็นคำอีกด้วย เช่น เอาเสียง /c/ ออกจากคำว่า cat เปลี่ยนเป็นเสียง /s/ แทน จะได้คำใหม่คือคำว่า sat
จากการวิจัยพบว่าการมี phonemic awareness เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการประสบความสำเร็จในการหัดอ่าน โดยจะทำให้เด็กสามารถเรียนรู้สิ่งสำคัญในการอ่าน ซึ่งก็คือ phonics นั่นเอง
เราสามารถสร้าง phonemic awareness ของลูกได้ด้วยกิจกรรมดังนี้ค่ะ
1.Rhyme วิธีที่ง่ายที่สุดในการสอน phonemic awareness ในช่วงแรกคือการสอนเรื่อง rhyme หรือคำคล้องจองนั่นเอง ซึ่งลำดับความยากในการสอน เป็นดังนี้
- การรับรู้สัมผัสคล้องจอง เช่น อ่านประโยค We have fun in the sun แล้วชี้เน้นให้ลูกว่า คำว่า fun และ sun นั้นคล้องจองกัน
- หาว่าคำไหนไม่สัมผัสกัน เช่น พูดคำ 3 คำว่า cat, sat, car ถามว่าคำไหนไม่สัมผัสกับคำอื่น ลูกต้องตอบได้ว่า cat และ sat ลงท้ายแบบเดียวกัน คือสัมผัสกัน ต่างจากคำว่า car ซึ่งไม่สัมผัสกับคำอื่น
- การสร้างคำสัมผัส เช่นเราพูดว่า sit ให้ลูกลองคิดคำที่สัมผัสกับคำนี้ เช่น hit, fit, kit เป็นต้น
2.Isolating และ Categorizing sounds คือการแยกได้ว่าเสียงที่ได้ยินอยู่ส่วนไหนของคำ ขั้นแรกคือต้องทราบว่า beginning sound ของคำนั้นคืออะไร เช่นคำว่า dog ตัว beginning sound คือ /d/
เมื่อเด็กสามารถรับรู้ beginning sound แล้ว สิ่งต่อมาคือการรับรู้ ending sound และ middle sound ตามลำดับ
เมื่อเด็กสามารถแยกเสียงส่วนต่างๆได้แล้ว เค้าจะสามารถคิดคำที่มี beginning sound, ending sound, หรือ middle sound ตามเสียงที่กำหนดได้
การสอนสามารถทำได้ดังนี้
- ให้เราพูดคำ 3 คำที่ขึ้นต้นด้วยเสียงเดียวกัน เช่น /m/ man, /m/ mop, /m/ mat แล้วถามลูกว่าเสียง beginning sound คือเสียงอะไร
- หาว่าคำใดมี beginning sound ต่างจากคำอื่น เช่น พูดคำ 3 คำว่า /r/ rat, /r/ run, /m/ mat ถามว่าคำไหนมี beginning sound ต่างจากคำอื่น ถ้ายังตอบไม่ได้ให้ลองพยายามเน้นเสียง beginning sound แต่ละคำซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
- ให้หาคำที่มี beginning sound ตามที่กำหนด เช่น หาคำที่ขึ้นด้วยเสียง /f/ เช่น fan, fat, fit
3.Blending และ Segmenting sounds
เมื่อเด็กสามารถรับรู้หน่วยย่อยของเสียงได้ เค้าจะสามารถเรียนรู้ในการประสมคำ (blending) และ แยกหน่วยเสียงของคำ (segmenting) ได้
Segmenting คือการแยกเสียงของคำออกเป็นแต่ละพยางค์ หรือ หน่วยเสียงย่อยสุด
Blending คือการรวมหน่วยย่อยเสียงให้กลายเป็นคำ ซึ่งก็คือสิ่งที่ตรงข้ามกับ segmenting นั่นเอง
กิจกรรมในการ blending สามารถทำได้ดังนี้
- Blending พยางค์ เช่น พูดแยกกันช้าๆว่า ta…ble ให้ลูกตอบว่าคือคำว่า table
- Blending beginning sound เช่น พูดว่า /c/ at ให้ลูกตอบว่าคือคำว่า cat
- Blending phonemes เช่น พูดว่า /c/ /a/ /t/ แล้วรวมเสียงเร็วขึ้นๆ จนได้คำว่า cat
กิจกรรมในการ segmenting สามารถทำได้ดังนี้
- Segmenting พยางค์ โดยเริ่มต้นให้ลูกลองปรบมือตามพยางค์ที่ได้ยิน เช่น apple ปรบมือ 2 ครั้ง, crocodile ปรบมือ 3 ครั้ง
- Segmenting beginning sound เช่น พูดคำว่า pan เด็กจะต้องแยกเสียงเป็น /p/ an
- Segmenting phonemes เช่น พูดคำว่า pan เด็กจะต้องแยกเสียงเป็น /p/ /a/ /n/
เหล่านี้เป็นขั้นตอนสำคัญ ก่อนการเริ่มเรียนรู้ phonics
ที่สำคัญคือทุกกิจกรรม จะต้องเป็นไปด้วยความสนุก ไม่เครียด พยายามทำให้อยู่ในรูปแบบของเกม
เรียนรู้แต่ละครั้งต้องไม่นานจนลูกเบื่อ แต่ให้ทำซ้ำบ่อยๆ
เพื่อสร้างรากฐานที่ดีในการอ่านหนังสือในอนาคตค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านนะคะ ^^






